กีฬาที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน เซปักตะกร้อ

fechina

ในสมัยเด็กหลายคนคงเห็นการเล่นกีฬา เซปักตะกร้อตามงานวัดต่างๆ เพราะจะมีการแข่งขันตามงานวัดในส่วนมาก ถือว่าผู้เล่นที่ชื่นชอบและมาแข่งขันกันจะมีอายุอยู่มาก โดยส่วนใหญ่แล้วสมัยก่อนกีฬาได้รับความนิยมในหมู่ของคนสมัยโบราณ เพราะถือว่าเป็นกีฬาที่ใช้ความสามารถเยอะมาก ในการเตะลูกตะกร้อลงในตะข่ายที่ห้อยอยู่กลางวงกลม โดยการเล่นกีฬานี้ผู้ต้องมีมากกว่า 2 คนขึ้นไป แต่ในส่วนมากเขาจะนิยมเล่นเป็นทีมกันมากกว่า
เซปักตะกร้อ กับความสามารถที่ไม่ธรรมดา
ปะวัติความเป็นมาเซปักตะกร้อ ความจริงแล้วไม่ใช่กีฬาของประเทศไทยมาก่อน ซึ่งพม่าได้นำการเล่นกีฬานี้เข้ามาในเมืองไทยในสมัยโบราณ และต่อได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ของคนไทยในสมัยนั้น เลยนำการละเล่นกีฬานี้เข้ามาทำการแข่งขันในประเทศไทยครั้งแรกในปีพ.ศ. 2472 โดยเป็นการจัดการแข่งขันเองของสามาคมกีฬาในสมัยนั้น และได้มีการจัดการแข่งขันมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน เพราะการเล่นเซปักตะกร้อต้องใช้ไหวพลิบทางร่างกาย และการกะระยะในการเตะลูกตะกร้อให้ลงตาข่ายได้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยผู้ต้องมีการเรียนรู้ในการเล่นเซปักตะกร้อในเบื้องต้นก่อน และฝึกฝนจนเก่งและสามารถไปแข่งขันได้ โดยการลงแข่งขันนั้นในสมัยใหม่จะจัดการแข่งขันตามลำดับอายุ เพื่อให้สมดุลกับการลงแข่งในอายุต่างๆ ซึ่งเซปักตะกร้อจะมีทั้งหมด 3 รายการในการแข่งขัน
– ตะกร้อวง หรือการเล่นเป็นทีม ที่เป็นการเตะตะกร้อเหมือนการเลี้ยงลูกตะกร้อไม่ให้ตกพื้นเป็นเวลานานในวงของตัวเอง โดยอาศัยเทคนิคของผู้เล่นต่างๆในความชำนาญในการเล่น ตะกร้อวง
– ตะกร้อข้ามตาข่าย จะเป็นการเล่นแบบทีม โดยที่ผู้เล่นต่างๆของทีม ถูกจัดเรียงไว้ประจำตำแหน่งของตัวเองที่ได้รับ และเตะลูกตะกร้อให้ข้ามไปยังอีกทีมให้ได้ โดยที่ต้องข้ามตาข่ายที่กั้นไว้ ระหว่างทั้งสองทีม ถือว่าเป็นการแข่งขันที่คล้ายกับวอลเล่บอลเลย
– ตะกร้อลอดบ่วง เป็นการนำบ่วงมาติดไว้ตรงกลางวง แต่มีความสูงในการเตะลูกตะกร้อให้เข้าบ่วง โดยเกมส์นี้จะถูกนำมาเล่นตามงานวัดต่างๆของไทย เพราะถือว่าเป็นตะกร้อที่ได้รับการเล่นอย่างมาก ในหมู่ของคนไทยมานาน และมีความสามารถในการเล่นที่สูง โดยเราต้องเตะลูกตะกร้อให้เข้าที่มีความสูงกว่า 4เมตรให้ได้ ถือว่าต้องใช้เทคนิคในการเล่นสูงมาก
โดยการเล่นเหล่านี้ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นเกมการแข่งขันที่ถูกกำหนดไว้แล้วตามการแข่งขันต่างๆ ของในหลายประเทศ เซปักตะกร้อเป็นเกมส์ในสมัยโบราณก็จริง แต่ปัจจุบันยังได้รับความนิยมอยู่มากตามประเทศต่างๆ