โรนัลโด้ เดอะแบกทีมชาติโปรตุเกสในฟุตบอลโลก 2018

cr7pic

หากพูดถึงดาวเตะที่ถูกยกให้เป็นเบอร์ 1 ของโลกเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งจอมสับแห่งทัพ “ฝอยทอง” ฝรั่งเศสถูกยกให้อยู่ในข่ายนั้นแบบไม่มีข้อสงสัย ทั้งการประสบความสำเร็จระดับสโมสรตั้งแต่สมัยอยู่กับทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ไปจนถึงการคว้าแชมป์อีกมากมายกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด พร้อมด้วยลีลาการเล่นของเขาที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงสามารถนำทีมชาติเล็กๆ ของยุโรปอย่างโปรตุเกสคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 ได้นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้วสำหรับนักเตะรายนี้ และในศึกฟุตบอลโลก 2018 เขาเองได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นนักเตะตัวความหวังแห่งทัพโปรตุเกสแน่นอน

เดอะ แบก ของแท้แห่งทัพ “ฝอยทอง” ต้อง โรนัลโด้

ด้วยทักษะอันเก่งกาจเกินบรรยายนั่นจึงไม่แปลกหากโรนัลโด้จะถูกจับตามองจากสื่อต่างๆ ในการยกให้เป็นตัวเต็งดาวเตะที่จะทำผลงานได้ดีจนพาทัพ “ฝอยทอง” ผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ ศึกฟุตบอลโลก 2018 นี้ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดความคาดหมายเลยแม้แต่นิดเดียวเมื่อเขากำลังได้รับสมญานามให้เป็น “เดอะ แบก” แห่งทัพโปรตุเกส นี่มัน ฉายาของสื่อไทยตั้งให้เจ้าตัวเล่นๆ แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมันคือความจริงทุกประการ ไล่ตั้งแต่นัดเปิดสนาม โปรตุเกสต้องทำศึกบิ๊กแมตช์กับ “กระทิงดุ” สเปน ผลปรากฏว่าทัพ “ฝอยทอง” สามารถยันเสมอไปได้ 3-3 โดย โรนัลโด้ ทำแฮตทริกตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม พร้อมกันนี้ในเกมที่ 2 ซึ่งพวกเขาพบกับ โมร็อกโก ดาวเตะตัวเก่งของทีมยังทำประตูชัยตั้งแต่นาทีที่ 4 และเป็นประตู 4 ของเจ้าตัวของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย แม้นัดสุดท้ายจะเสมออิหร่าน 1-1 แต่นั่นก็เพียงพอที่ทำให้โปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป แม้ต้องตกรอบด้วยฝีเท้า “จอมโหด” อุรุกวัย พร้อมหยุดสถิติทำ 4 ประตูไว้แค่รอบนี้แต่เมื่อมองขุนพลเคียงข้างต้องยอมรับว่าโปรตุเกสยังไม่มีนักเตะฝีเท้าดีพอในการขึ้นมาเทียบชั้นเชิงได้เท่าไหร่นัก เมื่อต้องหวังพึ่งนักเตะคนเดียวผลที่ออกมาเลยยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

ทว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ดาวเตะจอมสับแสดงให้เห็นถึงการเป็น “เดอะ แบก” ทีมชาติคือการสวมปลอกแขนกัปตันทีมพร้อมกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมทุกคนให้วิ่งสู้ฟัดตลอดเวลา 90 นาที แบบไม่มีหมด แม้ต้องยืนค้ำเป็นหัวหอกตัวเป้าแต่ก็พร้อมลงมาล้วงบอลเพื่อทำจังหวะสวยๆ ให้กับเพื่อนคนอื่นมีโอกาสทำประตูด้วยเช่นกัน เรียกว่านี่คือนักเตะครบเครื่องอีกคนของโลกที่นานๆ ทีจะได้เจอแบบนี้สักครั้งจริงๆ สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้